เที่ยวแบบนอน: เทรนด์ใหม่ของคนจีนGenZที่โฮสต์ Airbnbควรรู้
- Nutth HiddenSpace

- Aug 28
- 2 min read
Updated: Aug 30

เที่ยวแบบนอนคืออะไร?
ในอดีต การเที่ยวที่ดีอาจหมายถึงการไปให้ครบทุกแลนด์มาร์ก ตื่นตั้งแต่เช้า เดินวันละหลายหมื่นก้าว และถ่ายรูปกลับมาให้มากที่สุดแต่สำหรับคนจีนรุ่นใหม่บางกลุ่ม นิยามของวันหยุดกำลังเปลี่ยนไป
แทนที่จะใช้วันหยุดเป็นอีกหนึ่งภารกิจ พวกเขากลับเลือกนอนตื่นสาย ใช้เวลาอยู่ในโรงแรม สั่งอาหารมากิน อ่านหนังสือ แช่น้ำ ดูวิว หรือเพียงแค่นั่งเงียบๆ โดยไม่รู้สึกผิดที่ไม่ได้ออกไปไหน กระแสนี้มักถูกเรียกว่า 躺平式旅游 หรือ “การเที่ยวแบบนอนราบ” รวมถึงการพักแบบ Staycation และการเลือกให้โรงแรมหรือที่พักเป็นจุดหมายหลักของทั้งทริป
เมื่อการเที่ยวไม่จำเป็นต้องออกไปเที่ยวและการนอนไม่ได้แปลว่าขี้เกียจ การพักผ่อนจึงกลายเป็นจุดหมายของการเดินทางได้เช่นกัน
แนวคิดนี้มีรากฐานมาจากคำว่า 卧游 (wò yóu) ซึ่งหมายถึง "แม้ร่างกายจะอยู่นิ่ง แต่จิตใจได้ออกเดินทางและพักผ่อน" คำนี้มีที่มาจากเรื่องราวของ จงปิ่ง จิตรกรในสมัยราชวงศ์หลิวซ่ง ผู้หลงใหลการเดินทางท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติ แต่เมื่ออายุมากขึ้นและเจ็บป่วยจนไม่สามารถออกเดินทางได้ เขาจึงวาดภาพทิวทัศน์จากสถานที่ที่เคยไปเยือนไว้รอบห้อง เพื่อให้ตนเองสามารถ "นอนชม" และออกเดินทางผ่านภาพเหล่านั้นได้ แม้จะไม่ได้ก้าวออกจากบ้านก็ตาม
แนวคิดนี้ยังคงสะท้อนอยู่ในพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ที่ให้คุณค่ากับความสงบ ความสบาย และการฟื้นฟูพลังใจ มากกว่าการเร่งเก็บทุกจุดหมายปลายทางให้ครบในเวลาจำกัด
ทำไมคนจีนรุ่นใหม่จึงอยากเที่ยวช้าลง
1. ปฏิเสธการเที่ยวที่กลายเป็นงาน
นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่เริ่มตั้งคำถามกับการเที่ยวแบบทำรายการให้ครบ หรือ “旅游特种兵” ที่เดินทางหลายแห่งภายในเวลาสั้นๆ ผลสำรวจของ China Youth Daily ปี 2025 ระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถามชื่นชอบการเที่ยวช้าแบบดื่มด่ำ 55.3% ขณะที่การเที่ยวแบบเร่งเก็บจุดได้รับเลือก 24.2%
2. ต้องการหลีกเลี่ยงฝูงชน
การเดินทางในช่วงวันหยุดใหญ่ของจีนอาจหมายถึงการต่อคิว การจราจร และแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยผู้คน นักท่องเที่ยวจึงเริ่มเลือกวันเดินทางนอกช่วงพีค เมืองรอง สถานที่เล็กๆ หรือใช้เวลาอยู่ในที่พักมากขึ้น รวมถึงความนิยมของเมืองและจุดหมายขนาดเล็กที่ถูกค้นพบผ่านวิดีโอสั้น
3. โรงแรมหรือที่พักกลายเป็นจุดหมาย
แนวคิดกำลังเปลี่ยนจาก“ไปเที่ยวแล้วหาโรงแรมนอน” เป็น“เดินทางไปเพื่อพักในโรงแรม”
นักท่องเที่ยวเลือกที่พักจากเตียง วิว ความเงียบ อาหาร สปา สระว่ายน้ำ กิจกรรมภายใน และบรรยากาศที่ช่วยสร้างระยะห่างจากชีวิตประจำวัน โรงแรมบางแห่งจึงเสนอแพ็กเกจที่รวมอาหาร สปา กิจกรรมสุขภาพ หรือประสบการณ์วัฒนธรรมไว้ภายในที่พัก
4. การพักผ่อนกลายเป็นสิ่งที่ยอมจ่ายเงินซื้อ
นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อาจไม่ได้ต้องการความหรูหราทุกด้าน แต่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ทำให้รู้สึกดี เช่น ความเป็นส่วนตัว เตียงที่สบาย วิวที่นั่งมองได้นานๆ และความยืดหยุ่นของเวลา

รูปแบบของ “เที่ยวแบบนอน” ของคนจีน Gen Z
1. นอนเที่ยวอยู่ที่บ้าน
ด้วยการเปิดวิดีโอธรรมชาติหรือภาพสถานที่ต่างๆ ผ่านโทรทัศน์และโปรเจกเตอร์ พร้อมเสียงเพลง กลิ่นหอม เครื่องดื่ม หรืออาหารที่เข้ากับบรรยากาศ
2. เดินทางจริงแต่ไม่ออกจากที่พัก
นักท่องเที่ยวเดินทางไปยังอีกเมืองหนึ่งหรือต่างประเทศ แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่พักในห้อง รับประทานอาหารในที่พัก นอน อ่านหนังสือ เล่นโทรศัพท์ ชมวิว หรือใช้บริการภายในโรงแรม
เป้าหมายไม่ใช่จำนวนสถานที่ที่ไป แต่คือการได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมและพักอย่างเต็มที่
3. เที่ยวแบบใช้พลังงานต่ำ
ถ้าออกจากห้อง ก็อาจออกไปเพียงหนึ่งแห่งต่อวัน เลือกร้านเล็กๆ เดินเล่นใกล้ที่พัก หรือเลือกกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้แรงมาก เช่น ล่องน้ำช้าๆ หรือเลือกกิจกรรมผจญภัยฉบับเบา

โอกาสสำหรับโรงแรมขนาดเล็กและโฮมสเตย์ไทยในเชียงใหม่ 🌿
อาจขายแนวคิด “เชียงใหม่ที่ไม่ต้องรีบเที่ยว” 不用赶路的清迈假期
สิ่งที่สามารถพัฒนาเป็นจุดขายได้ ได้แก่
Sleepcation Package เช็กอินเร็ว เช็กเอาต์ช้า อาหารเช้าเสิร์ฟถึงห้อง
ห้องที่มืด เงียบ เตียงดี และควบคุมแสงได้
ชุดชาไทย ผลไม้ หนังสือ และเสื่อสำหรับนั่งเล่น
แผนเที่ยวแบบ “วันละหนึ่งที่” สำหรับลูกค้าที่อยากออกไปเล็กน้อย
บริการอาหารท้องถิ่นถึงห้อง โดยไม่ต้องเดินทางไปต่อคิว
ภาพที่พัก ควรแสดงให้เห็นมุมสงบที่มองเห็นธรรมชาติได้
ข้อพิจารณาด้านต้นทุนพลังงาน
โอกาสทางธุรกิจนี้มาพร้อมกับต้นทุนที่ต้องจับตามอง เพราะยิ่งแขกใช้เวลาในห้องพักนานขึ้น การใช้เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น และอุปกรณ์ไฟฟ้าก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ที่พักซึ่งลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์หรือระบบประหยัดพลังงาน จึงอาจได้เปรียบทั้งด้านต้นทุนและภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 🌿... Happy Hosting ครับ
ความเห็นผู้เขียนเพิ่มเติม
ผมมีโอกาสได้ต้อนรับแขกที่เดินทางในลักษณะนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งแขกที่มาพักและผู้ที่มาเรียนคลาสถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มกับผม หลายคนเป็นนักเดินทางหญิงที่เดินทางคนเดียว
บางครั้งหลังจากแขกเช็กเอาต์ ผมพบว่าเก้าอี้ในห้องถูกหันไปทางหน้าต่าง เพื่อใช้เวลานั่งมองวิวดอยสุเทพ ภาพเล็กๆ เหล่านี้ทำให้ผมเริ่มเข้าใจว่า แขกบางคนไม่ได้เดินทางมาเชียงใหม่เพื่อออกไปเที่ยวให้ครบทุกแห่ง แต่ต้องการเพียงพื้นที่สงบๆ สำหรับพักผ่อนและอยู่กับตัวเอง ผมจึงเพิ่มหนังสือและเครื่องเล่นซีดีไว้ในห้อง เพื่อให้แขกใช้เวลาในที่พักได้อย่างเพลิดเพลินมากขึ้น
ข้อดีที่ผมพบคือ แขกกลุ่มนี้ดูแลตัวเองได้ดี อยู่ยาวเกิน 5 คืน เที่ยวคนเดียว แทบไม่มีคำถามระหว่างการเข้าพัก ไม่ส่งเสียงรบกวนผู้เข้าพักคนอื่นและหลายคนยังเขียนรีวิวที่ดีให้หลังจากเช็กเอาต์ด้วยครับ สำหรับผม ผมชอบแขกกลุ่มนี้มากและตั้งใจจะทำที่พักตัวเองเพื่อดึงดูดให้ได้มากขึ้นครับ
แหล่งอ้างอิง
พิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้ามจีนอธิบายประวัติของจิตรกรจงปิ่ง 宗炳 และแนวคิด “卧游” หรือการเดินทางชมธรรมชาติผ่านภาพวาดอ่านข้อมูลจาก Palace Museum [dpm.org.cn]
China Writers Associationบทความเชิงวิชาการเกี่ยวกับรากทางวัฒนธรรม ความหมาย และวิวัฒนาการของแนวคิด “卧游” จากภาพวาดไปสู่สื่อดิจิทัลอ่านบทความเรื่อง 卧游 [chinawriter.com.cn]
China Youth Dailyรายงานปี 2025 ระบุว่าผู้ตอบแบบสำรวจวัยหนุ่มสาว 55.3% ชื่นชอบการเที่ยวช้าแบบดื่มด่ำ ขณะที่ 24.2% เลือกเที่ยวเร็วแบบเก็บจุดอ่านรายงานพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ [zqb.cyol.com]
The Paper และ Shanghai Youth Research Centerรายงานพฤติกรรมการเดินทางของคนจีนอายุ 18–35 ปี ครอบคลุมการเดินทางนอกช่วงพีค เมืองรอง การจองที่พัก และความต้องการด้านความคุ้มค่าอ่านรายงาน 2025 Urban Youth Travel Consumption [thepaper.cn]
Tencent News / Wenlvบทความเกี่ยวกับ 躺平式旅游 หรือการเที่ยวแบบนอนพัก โดยโรงแรมเริ่มเปลี่ยนจากสถานที่ค้างคืนเป็นจุดหมายของการเดินทางอ่านบทความเรื่องการเที่ยวแบบนอนราบ [news.qq.com]
DingjiaoOne บน Guanchaวิเคราะห์กระแส Staycation ของคนจีนรุ่นใหม่ การพักในโรงแรมใกล้บ้าน และความนิยมของวันหยุดที่เน้นความเป็นส่วนตัวและจังหวะชีวิตที่ช้าลงอ่านบทความเรื่อง Staycation ในจีน [user.guancha.cn]
China Tourism Newsอธิบายกระแส 窝囊游 หรือการเที่ยวแบบใช้แรงน้อย เช่น ขึ้นเขาด้วยบันไดเลื่อน ล่องน้ำช้า และกิจกรรมผจญภัยฉบับเบาอ่านบทความเรื่อง窝囊游 [toutiao.com]




Comments