วิธีถ่ายรูปที่พัก Airbnb ด้วยมือถือ สำหรับ Listing แรกของคุณไม่ต้องมีกล้องราคาแพง ก็ถ่ายรูปให้ดูน่าจองได้
- Nutth HiddenSpace

- Aug 3
- 2 min read
Updated: Aug 5

หากมีสิ่งหนึ่งที่ส่งผลต่อการตัดสินใจจองที่พักมากที่สุด สิ่งนั้นคือ "รูปภาพ"
ก่อนที่แขกจะอ่านข้อความรีวิว อ่านรายละเอียด หรือกดดูสิ่งอำนวยความสะดวก เขาจะเห็นรูปภาพของที่พักก่อนเสมอ และในความเป็นจริง แขกกำลังเปรียบเทียบที่พักของคุณกับอีกหลายสิบที่ในเวลาเดียวกัน นั่นหมายความว่า...
รูปภาพของคุณ ไม่ได้แข่งกับห้องของคุณ แต่กำลังแข่งกับรูปภาพของโฮสต์คนอื่น
ข่าวดีคือ คุณไม่จำเป็นต้องมีกล้องถ่ายรูป ไม่ต้องจ้างช่างภาพตั้งแต่วันแรก และไม่ต้องแต่งห้องให้เหมือนโรงแรมหรู บทความนี้เหมาะสำหรับโฮสต์มือใหม่ ที่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่จัดบ้านจนถึงถ่ายภาพ โดยใช้อุปกรณ์เพียง โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว
สำหรับเพื่อนๆ มือใหม่ที่อยากได้คำแนะนำโดยตรงจากผม สามารถสมัคร Airbnb ผ่านโครงการ Airbnb Superhost Ambassador ของผมได้เลยครับที่ลิงค์นี้ th.airbnb.com/r/thaiairbnb

ก่อนหยิบมือถือ สิ่งสำคัญที่สุดคือ "จัดบ้าน"
หลายคนคิดว่าปัญหาคือถ่ายรูปไม่สวย
แต่ความจริงแล้ว...
ส่วนใหญ่ปัญหาอยู่ที่ห้องยังไม่พร้อมถ่าย
ลองนึกภาพว่าคุณกำลังจะรับแขกเข้าพักจริง ๆ
เก็บของใช้ส่วนตัวออก
เก็บสายไฟที่รก
จัดหมอนให้เรียบร้อย
พับผ้าห่มให้สวย
ล้างจานในซิงก์
ปิดฝาชักโครก
เช็ดกระจกให้สะอาด
ห้องที่สะอาดและโล่ง จะทำให้ดู กว้างกว่า น่าอยู่กว่า และดูเป็นมืออาชีพกว่า แม้จะเป็นห้องขนาดเล็กก็ตาม
สิ่งที่อยากแนะนำคือ ไม่จำเป็นต้องซื้อของมาตกแต่งเพิ่ม
หลายคนพยายามเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็นสีขาวแบบโรงแรม ซื้อแจกัน ซื้อพร็อพต่าง ๆ เพื่อถ่ายรูป
แต่หากสิ่งเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในห้องจริง แขกอาจรู้สึกว่ารูปไม่ตรงกับของจริงเมื่อเข้าพัก
ใช้ของที่คุณมีได้เลย
ขอเพียงสะอาด เป็นระเบียบ และตรงกับสิ่งที่แขกจะได้รับจริง

เลือกช่วงเวลาที่แสงดีที่สุด
แสงธรรมชาติคือเพื่อนที่ดีที่สุดของการถ่ายรูปที่พัก
ช่วงเวลาที่แนะนำคือ
ตอนเช้า
หรือช่วงเย็น
เปิดม่านทุกบานให้แสงเข้าห้อง
จากนั้น เปิดไฟทุกดวงในห้องด้วย
หลายคนเข้าใจว่ามีแสงแดดแล้วไม่ต้องเปิดไฟ แต่การเปิดไฟจะช่วยลดมุมมืด ทำให้ห้องดูอบอุ่นและสดใสมากขึ้น
ใช้เลนส์ปกติของมือถือก็พอ
โทรศัพท์มือถือสมัยใหม่มีหลายเลนส์
Ultra Wide (.5)
Normal (1X)
Telephoto (2)
สำหรับการถ่าย Listing Airbnb
ผมแนะนำให้ใช้เลนส์ปกติ (1x) เพียงอย่างเดียว
เหตุผลคือเลนส์กว้างพิเศษ (Ultra Wide) แม้จะทำให้ห้องดูใหญ่ขึ้น ดูมีพื้นที่ แต่ก็มักทำให้เมื่อแขกเข้าพักจริง เขาอาจรู้สึกว่าห้องเล็กกว่าที่เห็นในรูป ดังนั้นควรให้รูปภาพสะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด

ถือมือถือในระดับหน้าอก
อีกข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือ
หลายคนยืนถ่ายแล้วกดมือถือชี้ลง
หรือยกมือถือสูงเหนือศีรษะ
ผลคือสัดส่วนห้องผิดธรรมชาติ
ระดับที่แนะนำคือ
ประมาณหน้าอกของเรา
ท่าที่ทำได้ง่ายที่สุดคือ
นั่งคุกเข่า แล้วถือมือถือในระดับหน้าอก
มุมภาพจะใกล้เคียงกับระดับสายตาของคนจริง ทำให้ภาพดูสบายตาและเป็นธรรมชาติ

มุมแรกที่ควรถ่าย คือ 4 มุมของห้อง
หากไม่รู้จะเริ่มตรงไหน
เริ่มจากวิธีง่ายที่สุด
ให้ยืนชิดมุมห้องทั้ง 4 มุม แล้วถ่ายเข้าหาศูนย์กลางของห้อง
วิธีนี้จะช่วยให้เห็นพื้นที่ได้ครบที่สุด และแขกสามารถเข้าใจผังห้องได้ง่าย
แทบทุกห้อง ไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว สามารถใช้หลักการนี้ได้ทั้งหมด
หลังจากถ่ายภาพกว้างครบแล้ว อย่าลืมถ่ายภาพรายละเอียดต่าง ๆ ด้วย เพราะหลายครั้ง แขกตัดสินใจจากรายละเอียดเล็ก ๆ รูปเหล่านี้ช่วยตอบคำถามของแขกได้โดยไม่ต้องส่งข้อความมาถาม
เช่น
เครื่องชงกาแฟ , ที่เป่าผม , เตารีด
โต๊ะทำงาน
ทีวี , เครื่องปรับอากาศ , พัดลม
เครื่องซักผ้า
เครื่องใช้ในครัว จะเป็นภาพเปิดลิ้นชักที่เห้น ชาม ช้อน ซ้อม ด้วยก็ได้
วิวจากหน้าต่าง
อย่าลืมถ่าย "รอบที่พัก"
Listing ที่ดีไม่ได้มีเฉพาะรูปในห้อง
ควรมีรูปของ
หน้าที่พัก
ทางเข้า
ล็อบบี้
สระว่ายน้ำ
ฟิตเนส
สวน
ที่จอดรถ
พื้นที่ส่วนกลาง
รวมถึงสถานที่สำคัญใกล้เคียง เช่น
สถานีรถไฟฟ้า
คาเฟ่ , ร้านอาหาร
แหล่งท่องเที่ยว
ซูเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาดสด (แขกที่จองระยะยาว เช่น 1-3 เดือน จะมองหาที่ซื้ออาหารมาทำด้วยตัวเองครับ)
แขกไม่ได้จองแค่ห้องพัก แต่กำลังจอง "ทำเล" ด้วย
ไม่จำเป็นต้องลง 100 รูป
หลายคนคิดว่า ยิ่งลงเยอะ ยิ่งดี
แต่ความจริงคือ แขกกำลังเปิดดูหลาย Listing พร้อมกัน
หากต้องเลื่อนดูรูปเป็นร้อยรูป เขาอาจปิดก่อนดูจบ
จำนวนที่แนะนำคือ
ห้อง Studio หรือ 1 ห้องนอน ประมาณ 15 รูป
2 ห้องนอน ประมาณ 20 รูป
บ้านทั้งหลัง ประมาณ 30 รูป
เลือกรูปที่ดีที่สุดเท่านั้น
หากมีรูปที่คล้ายกันหลายรูป ให้เลือกเพียงรูปเดียว
คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณเสมอ
แขกกำลังบอกคุณว่าควรถ่ายอะไรเพิ่ม
หลังเปิด Listing ไปสักพัก คุณอาจได้รับข้อความ เช่น
"มีรูประเบียงไหม"
หรือ
"มีรูปหน้าทางเข้าไหม"
อย่ามองว่านี่คือคำถามที่น่ารำคาญ
ตรงกันข้าม นี่คือข้อมูลที่มีค่ามาก
เพราะแขกกำลังบอกคุณตรง ๆ ว่า
Listing ของคุณยังขาดรูปอะไร
ทุกครั้งที่ได้รับคำถามแบบนี้
ถ่ายรูปเพิ่ม แล้วอัปโหลดเข้า Listing ทันที
เมื่อเวลาผ่านไป Listing ของคุณจะสมบูรณ์ขึ้นเรื่อย ๆ
และจำนวนคำถามจากแขกก็จะลดลง สุดท้าย รูปภาพคือการขาย ไม่ใช่แค่การบันทึก ทุกภาพใน Listing มีหน้าที่เพียงอย่างเดียว คือ ทำให้แขกมั่นใจพอที่จะกดจอง อย่าคิดว่า
"ห้องจริงสวย เดี๋ยวแขกมาดูก็รู้เอง"
เพราะถ้ารูปไม่น่าสนใจ แขกอาจไม่มีโอกาสได้เห็นห้องจริงเลย
ดังนั้น ใช้เวลาเพิ่มอีกเล็กน้อยในการจัดบ้าน เลือกแสงที่ดี และถ่ายภาพอย่างตั้งใจ
ผลลัพธ์อาจไม่ใช่แค่ Listing ที่ได้รับการจองเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ลง แต่คือ อัตราการคลิก อัตราการกด Favorite และรายได้ที่ดีขึ้นในระยะยาว
หวังว่าเทคนิคการถ่ายรูปนี้ คงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆโฮสต์มือใหม่ ไม่มากก็น้อยนะครับ สำหรับเพื่อนๆ มือใหม่ที่อยากได้คำแนะนำโดยตรงจากผม สามารถสมัคร Airbnb ผ่านโครงการ Airbnb Superhost Ambassador ของผมได้เลยครับที่ลิงค์นี้ th.airbnb.com/r/thaiairbnb
ตัวอย่างเปรียบเทียบท้ายบทความ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมขอแนะนำปิดท้ายบทความด้วยภาพเปรียบเทียบ

ถ้าทำความสะอาดไม่เก่ง ลองใช้บริการแม่บ้าน
หากคุณไม่ถนัดเรื่องการจัดบ้านหรือทำความสะอาดก่อนถ่ายรูป
การจ้างแม่บ้านสักครั้ง อาจคุ้มค่ากว่าการใช้เวลาทั้งวันจัดบ้านเอง
บริการที่ผมใช้เป็นประจำคือแอฟ BeNeat
ค่าบริการเริ่มต้นประมาณ 400 บาท สำหรับ 2 ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอสำหรับคอนโด 1 ห้องนอนในหลายกรณี
หากคุณสนใจทดลองใช้ สามารถใช้โค้ดแนะนำ
REF-PVSXDO
เพื่อรับส่วนลด 50 บาท สำหรับการจองครั้งแรก
หมายเหตุ: โค้ดนี้เป็นโค้ดแนะนำส่วนตัวของผู้เขียน หากมีการสมัครผ่านโค้ด ผู้เขียนอาจได้รับสิทธิประโยชน์จากโปรแกรมแนะนำของผู้ให้บริการ




Comments